1756 กด 5

การเดินทางทุกวันนี้คงปฏิเสธไม่ได้ว่า การเดินทางไปไหนมาไหนในบ้านเรา ที่สะดวกสบายที่สุดก็คงจะหนีไม่พ้นการเดินทางด้วยรถยนต์ และสิ่งที่ตามมาจากการมีรถยนต์ในครองครองเพื่อลดความเสี่ยงของค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นเวลาเกิดเหตุไม่คาดฝันก็คงจะเป็นอะไรไปไม่ได้ ถ้าไม่ใช่ ประกันรถยนต์ นั่นเอง ซึ่งประกันรถยนต์นี้เองก็จัดว่า เป็นประกันที่คนซื้อ/มีไว้ในครอบครองมากเป็นลำดับแรก ๆ รองจากประกันอุบัติเหตุและประกันชีวิต ซึ่งถือว่าเป็นความรับผิดชอบของผู้ขับขี่ยานพาหนะต่อเพื่อนร่วมทาง เพราะหากเกิดเหตุอะไรก็ตาม อย่างน้อยเราก็มีประกันคอยช่วยแบ่งเบาค่าใช้จ่ายในการซ่อมรถยนต์หรือการรักษาพยาบาลนั่นเองค่ะ

ว่าแต่ประกันรถก็มีหลายแบบ คงเคยได้ยินกันมาบ้างทั้ง ประกันชั้นหนึ่ง ชั้นสอง ชั้นสาม ซึ่งแต่ละแบบ ก็มีเบี้ยประกันและเหมาะกับคนที่มีความเสี่ยงในการขับขี่และงบประมาณแตกต่างกันเฉพาะคนเสียด้วย บิ๊กซี อินชัวรันส์ เซอร์วิสเลย ขอรวบรวมรูปแบบประกันรถยนต์ไว้เป็นตัวเลือกให้ผู้ขับขี่รถยนต์ทุกท่านได้เลือกกันดังนี้ค่ะ

คนที่มีความเสี่ยงสูง = ประกันชั้น 1 หรือชั้น  1 แบบมีส่วนร่วมจ่าย ชดใช้ค่าซ่อมทุกกรณี  เหมาะกับ

  • ขับรถไม่เกิน 5 ปี ทักษะการขับยังไม่ค่อยดี
  • ไปขับชนเองมากกว่าเค้ามาชน
  • ขับรถเร็ว
  • ขับวันละหลาย ๆ ชั่วโมง
  • ขับเวลากลางคืน

 

สำหรับชั้น 1 มีแบบ “มีส่วนร่วมจ่าย” ที่ค่าเบี้ยอาจจะถูกกว่าแบบชั้น  1 ธรรมดา ตัวนี้จะเหมาะกับคนที่ใช้รถเยอะ และไม่ได้ขับชนบ่อย แต่มีแนวโน้มว่าชนแล้วซ่อมแพงกว่ารถทั่วไป ก็สามารถเลือกใช้ประกันชั้นหนึ่งแบบมีส่วนร่วมจ่ายตัวนี้ได้ค่ะ

คนที่มีความเสี่ยงพอประมาณ = ประกันชั้น 2 หรือชั้น แบบมีส่วนร่วมจ่าย

ชดใช้ค่าซ่อม คุ้มครองเวลามีคู่กรณีหรือความประมาทเล็ก ๆ น้อย ๆ เหมาะกับ

  • ขับรถชำนาญพอสมควร (สิบปีขึ้นไป)
  • ขับปลอดภัย ไม่ขับเร็ว
  • ส่วนใหญ่มีคู่กรณี โดนชน
  • จอดรถในที่มีโอกาสถูกโจรกรรม

ประกันชั้น  2 นี้จะเป็นประกันที่ราคาที่ถูกกว่าประกันชั้น 1 เน้นคุ้มครองชีวิตและค่าซ่อมของคู่กรณี ส่วนรถตัวเองหากอยากให้คุ้มครองวงเงินสูงขึ้นก็ให้เลือกชั้น 2 แบบมีส่วนร่วมจ่ายค่ะ

คนที่ไม่ค่อยมีความเสี่ยง = ประกันชั้น 3 หรือชั้น แบบมีส่วนร่วมจ่าย

 

เหมาะกับ

  • ผู้ใช้รถน้อย
  • ไม่ได้จอดรถในที่ที่มีความเสี่ยงในการถูกโจรกรรม
  • ขับชนไม่บ่อย

สำหรับประกันรถชั้น 3 ส่วนใหญ่จะเป็นการคุ้มครองการซ่อมที่ไม่หนักมาก ไม่ได้คุ้มครองกรณีรถสูญหายหรือเกิดเพลิงไหม้ เรียกว่าเป็นประกันที่มีก็ดีกว่าไม่มีเลย ประกันชั้นสามจะมีค่าเบี้ยประกันค่อนข้างถูกที่สุดเมื่อเทียบกับประกันชั้น 1 และ 2 ค่ะ

และนี่ก็คือแนวทางเบื้องต้นในการพิจารณาการเลือกซื้อ “ประกันรถยนต์” อย่างไรก็ตามแม้ว่าเราอาจจะขับเก่งอยู่แล้วแต่ก็อยากเลือกซื้อประกันรถชั้น 1 เพื่อความอุ่นใจก็ได้ และที่สำคัญอาจต้องขึ้นอยู่กับ งบประมาณของแต่ละคนที่สามารถจ่ายได้ของเบี้ยปนะกันรถยนต์แต่ละประเภทด้วย หากต้องการรายละเอียดว่า นักขับอย่างเราเหมาะกับประกันรถยนต์แบบไหน สามารถสอบถามเพื่อเช็คเบี้ยประกันรถยนต์ กับ Big C Insurance Service ได้เลยค่ะ

Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter
Share on linkedin
LinkedIn
Share on email
Email
Share on facebook
Share on twitter
Share on linkedin
Share on email

ค้นหา

เลือกหมวดหมู่​

Leave a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

ขอบคุณที่สมัครรับข่าวสาร, โปรโมชั่น และสิทธิพิเศษกับ
Big Insurance Service